nakorn's profileNote of ThoughtPhotosBlogListsMore ![]() | Help |
|
01 February ตรวจสุขภาพบทความนี้อาจจะดูทุเรศ แต่ผู้เขียนอยากถ่ายทอดประสบการณ์แปลกๆของผู้เขียน
เออเฮ้อ และแล้วเราทั้งหลายก็ก้าวสู่ช่วงที่จะเรียนจบและจะไปทำงานหรือจะเรียนต่อก็ว่าไป
ไอ้กลุ่มที่จะทำงานอะ พอมันผ่านการคัดสรร เขาก็จะเรียกตรวจร่างกาย ไอ้เราก็ไม่เคยนะ วันนี้พอดีได้โอกาสไปตรวจร่างกายโดยบริษัท Hali burton ที่โรงพยาบาลสมิติเวช สุขุมวิท 49
ไปถึงก็รู้สึกว่าแม่งหรูมากๆ ไปปุ๊บก็นั่งงงๆอยู่จนเห็นไอ้เล็กกะไอ้ยอดมาจึงเข้าสมทบและเข้าไปตรวจ เออ เขาให้คูปองอาหารด้วยแต่เราดันไม่ได้ตอนแรก ต้องไปตามเอาเอง
เขาก็ตรวจหมดอะนะ เอดส์(ต้องเซ็นยินอยมด้วยหว่ะ เพิ่งรู้) ปอด ตาบอดสี หู จมูก ฉี่ อึ เลือด บลาๆๆๆ
ไอ้เราก็ไม่เคยไง
เขาให้กระปุกมาสองอันนะ อันหนึ่งใส่ฉี่ อันนึงใส่อึ ไอ้ฉี่อะ ใครๆก็ทำได้
แต่ไอ้อึเนี้ย จะทำไงดีวะ ไอ้เราอะนะ ช่วงนี้พยายามรักษาสมดุลร่างกาย เข้าห้องน้ำทุกเช้า แถมเช้านี้มาถึงโรงบาลก็เข้าอีก แล้วนี่จะให้อึอีกรอบ(กูจะบ้า)นั่งๆสักพักออกแล้ว แต่ไม่รู้จะเอาให้เขายังไง (ตอนแรกจะตักอะนะแต่มันจมน้ำไปแล้ว)ไอ้ที่ใส่อะ มันมีช้อนด้วยรอบแรกผ่านไปแบบ mission failed ต้องนั่งต่อไป รอบนี้คิดออก เอาวะ มันต้องเลอะตูด เอาช้อนเขี่ยเอา
เลยสำเร็จและออกมาจากห้องน้ำ เจ๊พยาบาลบอกว่าอ่าวได้ทั้งสองเลยเหรอ(อ่าว แล้วไมไม่บอกกูหล่ะครับ ว่าไม่ต้องเอาทั้งสองอัน กู อุตส่าห์พยายาม) แล้วก็ตรวจเลือดก็เช่นเดียวกับทุกครั้งที่เจาะ แม่งกลัวเข็มแต่ไม่กลัวโดนเอาเลือดไป
แล้วก็ตรวจตา ความดัน เอ็กเรย์ปอด ตรวจการได้ยิน(ย้ายมาจากศูนย์สุขภาพ) แล้วก็ไปคุยกับหมอนิดหน่อย (แม่งหิวมากๆ แถมไม่มีคูปอง)
แล้วก็ไปกินข้าวหลังวิ่งกลับมาเอาคูปองที่ศูนย์สุขภาพแล้วมากินช้าวมื้อเช้าบวกเที่ยง
เสร็จก็มาฟังผลสรุปทุกอย่างก็ปกติดีนะ
แล้วก็ต้องกลับบ้านมาเอาของไปให้คนที่มหาลัย(มีโทรมาทวงไง เลยต้องกลับ) กลับมาก็ฝากเพื่อส่งแฟกส์ให้คนที่ขออะ
แม่งก็ไม่ส่งให้ เฮ้อเหนื่อยใจ
ก็จบเรื่องที่อยากเล่าละ ไปดีกว่า น้ำหนาวไปเที่ยวอุทยานแห่งชาติน้ำหนาวกันมาแหละเมื่อ 25-28 มกราคม 2550
ก็เจออะไรแปลกๆตั้งแต่วันแรกเลยไปที่หมอชิตตอนดึกๆ(สี่ทุ่มกว่าๆแล้ว)เจอแก๊งอาจารย์ที่ภาควิชาฯด้วยแหละมีอาจารย์มากัน 5 ท่านได้แก่
อ.แนบบุญ อ.บุญช่วย อ.ธวัชชัย อ.ชาญชัย อ.สุรีย์ (เออ ก็ แปลกๆดีนะ)
เออ ก็ไปน้ำหนาวกันทั้งๆที่ข้อมูลก็ไม่ค่อยปึ้กอะนะ ไปกัน 8 คน มี เรา แบง ก้าว แป๋ ติ๊ว เหม่ กิ๊ก เชอรรี่
ไปลงที่หล่มสัก ตอนราวตี5 หนาวมากมาย ไอ้ติ๊วกะแป๋มันใส่ขาสั้นไปรองเท้าแตะด้วย (เป็นไงหล่ะมึง หนาวไหม)
แล้วก็หาทางไปต่อที่น้ำหนาวอะนะ
ก็ไปด้วยรถหล่มสัก-ชุมแพ(ก่อนไปก็ได้แวะไปที่ตลาดเช้าด้วย ได้อารมณ์ชีวิตสงบๆดีจังเลย)
ไปถึงก็แย่หน่อยอะ
อากาศก็ดี แต่เสียที่มันแล้งไปหน่อยอะ ถ่ายรูปออกมาไม่ค่อยสวยเท่าไร แถมฝุ่นด้วย
แต่ไปก็ดีนะ ได้พักผ่อนกายและใจ แถมอาหารก็อร่อยอีก(ชอบมะระหวานผัดไข่ กับยอดฝักแม้วหง่ะ ไว้จะลองทำกินดู)
ไปเที่ยวก็เรื่อยๆอะนะ
มันฮาที่วันนึงไปดูพระอาทิตตกแล้วเพื่อน(เสือก)ได้ยินหนุ่มสองคนคุยกัน(เขามากัน4คน ชาย 2 หญิง 2)ว่า
คืนนี้เราจะกลายเป็นเสือตัวที่11 และ 12 (ไม่รู้ไมเป็น 11กะ12) จะคำรามให้ลั่นป่า(แม่งคุยเรื่องจะ...กันซะงั้น)
อืมแล้วกลางคืนก็ปิ้งมันกินกัน ฮาๆๆหว่ะกินได้บ้างไม่ได้บ้างแล้วก็ดื่มเบียร์แก้หนาว
เออ แล้วอาบน้ำอะ อากาศหนาวยังไงก็น่าจะอาบน้ำเย็นนะ(ได้อารมณ์สุดๆ)แต่ก็ว่าไปงั้นแหละไปกัน8คนกูคนเดียวที่อาบน้ำเย็น
มันต่างที่พื้นฐาน เรามันชอบหนิแล้วก็ตอนกลับ
ต้องไปรอรถหน้าอุทยานรออยู่นานมาก เหมือนไปยืนรับลมหนาว(หรืออาจจะเป็นการไปทำให้ตัวเองหนาวไม่เข้าเรื่อง บรึ้ย)
แล้งเจอกลุ่มพวกขับมอไซอะขับๆอยู่ทักทายเราซะงั้นตลกดี
แล้วก็กลับ กทม ตอนกลับ(ตอนมาเนี้ยตลอดเลย รถแม่งเปิดเพลงลูกทุ่ง กูจะนอน ปัดโธ่) เปิดเพลงหลากหลายกว่า จนกระทั่งหนังเหล็กไหล
อืมๆๆ ก็ดูเรื่อยๆอะนะ รถแม่งขับโคตรช้า ขาไป 5 ชม ขากลับ ล่อไป 8 ชม กูจะบ้า
แถมระหว่างทางกลับเจอรถไอ้คนที่แม่งคุยเรื่องเอากันด้วยเออ เช้าวันหลังจากเราไปดูพระอาทิตตก เราไปดูพระอาทิตย์ขึ้น ไอ้กลุ่มที่ว่าอะ มันมาสองคน อีกสองคนหายไปไหน?
เออแล้วทริปนี้ก็มีความบาดหมางที่โดนทำให้หายไปด้วย(ระหว่างกิ๊ก กะ เชอร์รี่)ในที่สุดก็แก้ได้ ดีไป
ก็ไม่รู้จะเล่าอะไรให้ใครฟังแล้วแหละ
จบตรงนี้แหละ
|
|
|