nakorn's profileNote of ThoughtPhotosBlogListsMore Tools Help

Blog


    10 June

    ธุรกิจผูกขาด (monopoly business)

    จริงวันนี้ปวดหัวแล้วก็ไม่รู้จะทำอะไรดีหว่ะ เลยนั่งเขียน blog พอดีนึกเรื่องที่อยากเขียนมานานละเกี่ยวกับธุรกิจผูกขาด
    ที่มาคงมาจากการนั่งรถไฟบ่อยมากถึงมากที่สุด
     
    ธุรกิจผูกขาด เป็นธุรกิจที่เกิดขึ้นเพียงเจ้าใหญ่เจ้าเดียวไม่มีการแข่งขัน หรือเจ้าเล็กไม่มีกำลังมากพอจะมาทำให้เจ้าใหญ่รู้สึกอะไรมากได้ 
    สำหรับประเทศของเราที่แสนจะวุ่นวายตอนนี้ก็คงมี กฟผ. การรถไฟ
    ทั้งสองเป็นองค์กรที่นับได้ว่าผูกขาดจริงๆ
    กฟผ. ไม่มีคู่แข่งมาผลิตไฟฟ้าเพื่อขายแข่งกัน จะมีก็แต่ผู้ผลิตรายเล็กๆที่ขายไฟฟ้าให้กฟผ.
    การรถไฟ ไม่มีใครมาลงทุนแข่งทำระบบรถรางทั่วประเทศกับการรถไฟชนิดที่พูดได้ว่าแน่นอน
    การเป็นธุรกิจผูกขาดทำให้ไม่ค่อยเกิดการพัฒนาทั้งการบริการและความสามารถขององค์กร
    ยกตัวอย่างการรถไฟ มีการปรับปรุงคุณภาพการบริการน้อยมากเมื่อเทียบกับอายุขององค์กร
    ยังมีหลายๆครั้งที่ขึ้นรถไฟแล้วแอร์เสีย รถเสียเวลา หรือเปลี่ยนแบบขบวนรถแล้วไม่ยอมคืนเงินและทำท่าทางเหมือนไม่รู้อะไรหากไม่พูดขึ้นมาเอง
    ทั้งๆที่การบริการที่ดีจะทำให้ " คนติด " การบริการของเขาแท้ๆ
    เออแต่สำหรับกรณีของการรถไฟเนี้ย สิ่งหนึ่งที่คิดออกคือจริงๆแล้วเป็นทั้งคนไทยที่ใช้บริการและการรถไฟเองที่ทำให้ปัจจุบันเป็นงี้ คนไทยไม่ค่อยตรงเวลา ไม่ค่อยสนใจเรื่องสิทธิเสรีภาพของคนอื่น การรถไฟ(เหมือนจะสร้างรูปแบบที่)มักจะเสียเวลาและสาย ทำให้ปัจจุบันเป็นเช่นนี้
     
    กฟผ. เป็นองค์กรขนาดใหญ่มากแห่งหนึ่งแต่การให้บริการและการทำงานของคนเป็ฯแบบแปลกๆ
    กลางวัน บางคนเข้างานสาย ออกไปกินข้าวเที่ยงเร็วแถมนานอีก ไม่รู้เหมือนกันว่าทำไม (พอดี ฟังคนรู้จักมาครับ)
     
    ทั้งหมดนี้เป็นรูปแบบหนึ่งที่เกิดขึ้นกับองค์กรในประเทศไทยหลายๆองค์กร ทำให้เกิดกิริยาที่เชืองช้า และไม่ค่อยจะพัฒนาเท่าไร
     
    ทั้งหมดนี้คิดเองนะ ไม่ได้พาดพิงใครเลย
    08 June

    ดื่มด่ำ

    จะบ้าตายเข้ามาวันนี้ เลยรู้ว่าไม่ได้เขียนมาเป็นปีเลย
    วันนี้พอดีกลับมาทุ่งสง (ที่ทำงาน) จากบ้าน (ในเมืองอ่ะนะ) เย็นมากแล้ว ไม่มีรถสาธารณะไปโรงงาน เลยกินข้าวและนั่งรถมอเตอร์ไซต์เข้ามาที่โรงงาน
    บรรยากาศก็เรียกได้ว่าทั้งดีและไม่ดีอ่ะนะ
    • จริงๆๆมันเป็นบรรยากาศของต่างจังหวัดโดยแท้
    • ที่มีร้านอาหารเป็นตลาดโต้รุ่งทุกที่ไป
    • คนที่มานั่งกินก็มักจะพูดกันแค่สองภาษาคือภาษาถิ่นและภาษากลาง ไม่เป็นสามหรือมากกว่านั้นเช่นในกทม.
    • นั่งรถมอไซต์ตอนค่ำๆ อากาศหลังฝนตก เย็นดีทีเดียว แสงไฟเรียกว่าสวยงาม
    • ตอนนั่งมอเตอร์ไซต์กลับไปที่ห้องพักในโรงงานก็ลมตีหน้าเสียหน้าชาเลย บางตอนมีอยู่รถเราคันเดียวก็เห็นแต่ด้านหน้าที่มีไฟส่อง บางช่วงรถเยอะแสงไฟสาดไปทั่ว            แถมยังมีละอองน้ำจากรถที่ขับแซงไปมาเป็นของแถมให้หน้าเป็นสิวเล่นๆอีก มาถึงโรงงาน หน้าชา หัวฟู 
    พูดไปก็เหมือนบ่นแต่จริงๆมันก็ได้บรรยากาศดีนะ กลางคืน สงบ ล่องลอยไปเรื่อย
    แล้วได้คุยกับเพื่อนเรื่องของตลาดสามย่านที่คุ้นเคยกำลังจะย้ายไปที่อื่นและทุกทิ้ง
    จริงๆก็อยากจะบอกว่าเสียดายนะที่ตลาดที่เราไปใช้ชีวิตอยู่เยอะเหมือนกันสมัยเรียนที่จุฬาฯ ภาพเก่าๆ พี่ๆพาน้องๆมารับน้อง เลี้ยงข้าว ขึ้นยืนบนโต๊ะแล้ว กรึ๊บกะดึ๊บ กรึ๊บๆๆ คงจะหายไปที่อื่น หรืออาจจะหายไปเลยก็ได้
    จริงๆความดื่มด่ำกับตลาดสามย่านนี้อาจจะเป็นเฉพาะคนรุ่นๆแถวๆผมก็ได้ เพราะเมื่อก่อนหากไม่มีที่นี้คนคงไปดื่มดำที่อื่นๆที่เขาคงคิดถึง เอาง่ายๆขนาดเรายังเปลี่ยนที่ดื่มด่ำไปตามแต่ละปีเลย จริงไหม
    บางช่วงเราไปแต่ตลาด บางเราไปร้านเจ๊แอน บางช่วงเราไปร้านเจ๊บนตลาด เป็นช่วงๆๆไป
    แต่แต่ละช่วงก็มีภาพต่างๆกันนะ
    จริงไหมหล่ะเพื่อนๆทั้งหลาย